วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2554

ยาเสพติดกับเมืองท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต


วันที่ 7 มีนาคม 2554 เวลา 10.30 น. พ.ต.อ.โกมล วัตรากรณ์ รอง ผบก.ภ.จว.
พ.ต.อ.โชติ ชิดไชย ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.ท.จำรูญ พลายด้วง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองภูเก็ต
ได้แถลงข่าวจับกุมนายสิทธิผล แซ่เจี่ย อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63/5 ถ.วิชิตสงคราม ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ผู้ต้องหายาเสพติด เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2554 เจ้าหน้าที่ได้ทำการตั้งจุดตรวจบริเวณหลังสวนหลวง ร.๙ ได้มีรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ด หมายเลยทะเบียน บท-5572 ภูเก็ต วิ่งผ่านมาจึงได้เรียกให้หยุดเพื่อตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบของกลางวางด้านหลังของผู้ต้องหา
ประกอบด้วย ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 49 เม็ด ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) จำนวน 6 ถุง น้ำหนักประมาณ 50 กรัมถุงพลาสติกสีขาวใส จำนวน 52 ใบ อุปกรณ์การเสพยาไอซ์ จำนวน 1 ชุดเข็มฉีดยา จำนวน 1 อัน หลอดแก้วชนิดใสสีขาว จำนวน 2 หลอดเครื่องชั่ง ยี่ห้อ แอปเปิ้ล จำนวน 1 เครื่อง ซึ่งผู้ต้องหารับว่าได้ติดต่อซื้อยาเสพติดผ่านทางอีเมล์และจะนัดสถานที่เพื่อรับยาเสพติด
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2554 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบผ่านมาถึงห้องเช่าเลขที่ 55/27 ถ.บายพาส ม.5 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต พบกลุ่มวัยรุ่นกำลังนั่งล้อมวงเสพน้ำกระท่อมอยู่ภายในห้องจึงได้ทำการตรวจค้นพบของกลาง จึงได้นำผู้ต้องหาที่เหลือได้นำมาทำการตรวจสอบปัสสาวะที่ สภ.เมืองภูเก็ต และทั้งหมดรับว่าได้ร่วมกันเสพยาเสพติด จึงได้บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาและนำของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ผู้ต้องหา

นายเอกชัย หรือยาว

บุปผากาญจน์ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62/1 ม.1 ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

นายภัทร์พงษ์ หรือไก่ บุญญานุพงศ์ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63/1 ม.1 ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

นายบุญเลิศ หรือเค รอดยอด อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90/1 ม.8 ต.นาเคียน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

นายสุริยา หรือป๋อง ดีอาสนา อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 ม.2 ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

นายจิรกร หรือพงษ์ ดีอาสนา อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 ม.2 ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

นายณัฐชัย หรือเอ็ม เทพกุลชร อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44/2 ม.1 ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

นายจำลอง หรือเบียร์ แย้มยิ่ง อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73 ม.5 ต.แหลมสัก อ.อ่าวลึก จ.กระบี่

ของกลางประกอบด้วย ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 64 เม็ด ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) จำนวน 3 แท่ง บ้องกัญชาไม่ไผ่ จำนวน 1 อัน เขียงไม้ จำนวน 1 อัน ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (พืชกระท่อม) จำนวน 10 ใบ น้ำกระท่อมบรรจุในหม้อหุงข้าว จำนวน 1 หม้อ

วันอังคารที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เทศบาลวิชิตเยี่ยมสถานีต้นไผ่เสียงทอง อวยพรปีใหม่

เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ คุณสสมศักดิ์ บุญแก้ว(คนกลาง) สมาชิกเทศบาลตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต พร้อมคณะเดินทางมาเยี่ยมสถานีวิทยุต้นไผ่เสียงทอง มิวสิคเรดิโอ เพื่ออวยพรปีใหม่ พร้อมได้นำสินค้าโอท๊อป ของเทศบาลวิชิตมาฝากเป็นของขวัญปีใหม่ และได้ฝากสวัสดีปีใหม่ถึงพี่น้องชาววิชิตทุกคนด้วย แบบนี้และคนของประชาชนตัวจริงทำจริง ช่วยจริง เมื่อพี่น้องในพื้นที่มีปัญหาจะรีบแก้ไขทันทีไม่รอให้เสียเวลา ปีใหม่นี้ ปีกระต่าย ขอให้ คุณสสมศักดิ์ บุญแก้ว สุขภาพแข็งแรง เป็นตัวแทนของชาววิชิตตลอดไป

วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ผู้กำกับเมืองภูเก็ตห่วงชีวิตผู้ขับขี่





วันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๓ พ.ต.อ.วันไชย เอกพรพิชญ์ ได้เชิญผู้ประกอบการวิทยุท้องถิ่น(ชุมชน)เพื่อจะจัดทำโครงการ "วงจรปิดภาคประชาชน" หรือ CCTV ภาคประชาชน โดยมีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการแจ้งข่าวการกระทำผิดเกี่ยวกับการจราจร ตามสถานที่ต่างๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมดำเนินคดีได้ทันท่วงที เพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึงจังหวัดภูเก็ตเป็นหนึ่งในห้าของประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เพื่อเป็นการลดอุบัตเหตุ พ.ต.อ.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผู้กำกับการเมืองภูเก็ต จึงขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการสถานีวิทยุในจังหวัดภูเก็ตประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้รถจักยานยนต์สวมหมวกนิรภัยเพื่อลดอุบัตเหตุ

วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553

จังหวัดภูเก็ตจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล




เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 5 ธันวาคม 2553 เมื่อเวลา 19.19 น.นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยข้าราชการ พลเรือน ทหารพลเรือ พ่อค้า ทุกสาขาอาชีพ ประชาชน รวมถึงชาวต่างชาติ ร่วมจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล บริเวณเวทีกลางสพานหิน

ฟุตบอลสัมพันธ์ ร้านอาหารและผับ จ.ภูเก็ต




วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2553 เดินสะพายกล้องเก็บภาพบรรยากาศต่างๆบริเวณปลายแหลมสพานหิน จ.ภูเก็ต เห็นเสียงดังมาทางสนามกีฬา เลยไปเก็บภาพมาฝาก หันไปรอบๆๆสงสัยจังว่าการแข่งขันฟุตบอลครั้งนี้มีร้านอาหารและผับในจังหวัภูเก็ตมาเล่นกีฬาเชื่อมสัมพันธ์กันจำนวนมาก แต่แปลกใจและสงสัยว่างานนี้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองภูเก็ต ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับร้านอารหารและผับ ไม่มาร่วมสนับสนุน หรือมาร่วมในงานครั้งนี้ เลยฝากถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่างานแบบนี้มีปีละครั้ง เจ้าหน้าที่ควรจะใช้โอกาศแบบนี้สร้างความสัมพันธ์กับผู้ประกอบการร้านอาหารไว้ และได้ร่วมแสงความคิดเห็นสอบถามแลกเปลี่ยนปัญหาต่างๆกับผู้ประกอบการร้านอาหาร สงสัยเจ้าหน้าที่บ้านเมืองภูเก็ตไม่ชอบ(กลัวเสียเวลา)เอาเวลาไว้ตอนไปเก็บค่าส่วยดีกว่า งานแบบนี้เจ้าหน้าที่ภูเก็ตไม่ชอบ ว่าๆไปแล้วใครอยากจะเปิดกิจการร้านอาหารแค่จ่ายส่วยมา รับรองร้านเปิดได้สบายไม่มีปัญหา แบบนี้ละบ้านเมืองเราถึงไม่เจริญสักที่

วันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ลอยกระทงภูเก็ต ปี53






งานลอยกระทงภูเก็ตปี2553 ได้เก็บบรรยากาศงานประกวดหนูน้อยมาให้ดูความน่ารัก กำลังถ่ายรูปหนูน้อยบนเวที หันมาเห็นสาวน้อยด้านล่างเวที โดนตากล้องพอดี เลยเก็บภาพมาฝากสาวน้อยคนนี้อยากบอกว่าอายุเพียง 6 ขวบ แต่ลีการเต้นของน้องเขาสุดยอดเลย บริษัทไหนสนใจเรื่องความสามารถน้องเขาติดต่อได้ที่ สถานีวิทยุต้นไผ่เสียงทอง ได้นะครับจะไปตามหาตัวน้องเขาให้ ความสามารถน้องเขา ร้องเพลงลูกทุ่ง เต้น

วันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2553

พระดูแลแม่อัมพาต กับน้องชายพิการ

พระสงฆ์ยอดกตัญญูนำมารดา วัย 77 ปี ป่วยเป็นอัมพาต กับน้องชายสติไม่สมประกอบ มาเลี้ยงดูที่กุฏิ คอยป้อนข้าวป้อนน้ำ หุงหาอาหาร อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า พาไปถ่ายหนักถ่ายเบา เผยก่อนหน้านี้แม่และน้องอยู่กับญาติที่พัทลุง แต่ญาติภาระมาก ไม่มีเวลาดูแล จึงตัดสินใจพามาดูแลเองที่วัด ญาติโยมเห็นใจไม่มีเวลาออกบิณฑบาต นำอาหารมาถวายช่วยเหลือ พระผู้ใหญ่ชี้ทำได้ ไม่ผิดวินัยสงฆ์ เพราะเป็นหน้าที่ลูกต้องเลี้ยงดูบุพการี ไม่ว่าอยู่ในสถานะอะไร เตรียมลงไปเยี่ยมหาทางช่วยเหลืออีกแรง
เรื่องราวของพระยอดกตัญญู เลี้ยงดูมารดาอัมพาตครั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากประชาชน ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ว่า ที่สำนักสงฆ์ถ้ำนางพญาเลือดขาวโมกขธรรม ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 11 บ้านเขารูปช้าง ต.ปาดังเบซาร์ มีพระสงฆ์รูปหนึ่งมีความกตัญญูต่อบุพการี นำมารดาที่ชราและป่วยเป็นอัมพาต กับน้องชายที่สติไม่สมประกอบ มาเลี้ยงดูแลอย่างดีภายในกุฏิ เป็นที่ซาบซึ้งแก่ญาติโยมที่มาทำบุญภายในสำนักสงฆ์และพบเห็นอย่างมาก
ผู้ สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบพบพระศิริ รัตนชัย อายุ 56 ปี บวชมาแล้ว 24 พรรษา จำพรรษาอยู่ในสำนักสงฆ์ดังกล่าว นอกจากปฏิบัติกิจของสงฆ์แล้ว ยังต้องดูแล นางคล่อง รัตนชัย อายุ 77 ปี มารดาป่วยเป็นอัมพาตเดินไม่ได้ และนายสมเกียรติ รัตนชัย อายุ 51 ปี น้องชาย มีสติไม่สมประกอบ พูดและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
พระศิริกล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา ก่อนเข้าพรรษา 1 วัน ตัดสินใจพาแม่และน้องชายมาอยู่ด้วยที่สำนักสงฆ์ จากปกติที่ก่อนหน้านี้ทั้งสองพักอยู่กับญาติพี่น้องที่บ้านเกิด อ.บาง แก้ว จ.พัทลุง แต่เนื่องจากญาติพี่น้องคนอื่นๆ ที่มีอยู่ด้วยกัน 5 คน มีภาระและไม่สามารถดูแลแม่และน้องชายได้อย่างเต็มที่ จึงตัดสินใจนำแม่และน้องชาย มาเลี้ยงดูที่สำนักสงฆ์ ที่มีเพียงพระอีกรูปจำพรรษาอยู่
"ทุกวันต้องซักผ้าของแม่และน้องชาย หุงข้าว ทำกับข้าว ล้างถ้วยล้างชาม แปรงฟันล้างหน้าให้แม่ ป้อนข้าว เช็ดตัว ทำแผล และแผลกดทับทั้งเช้าและเย็น เช่นเดียวกับน้องชาย ที่อาตมาต้องช่วยเปลี่ยนกางเกง แปรงฟัน พาไปถ่ายหนัก ถ่ายเบา อาบน้ำ หาข้าวให้กิน ทำให้ไม่ค่อยได้ออกไปบิณฑบาตเนื่องจากมีภาระต้องดูแลแม่และน้องชาย แต่ก็มีญาติโยมใจบุญที่มีความเมตตา นำข้าวสารอาหารแห้ง หรืออาหารสดมาใส่ตู้เย็นไว้ให้" พระศิริ กล่าว
พระศิริ กล่าวต่อว่า ได้ยึดคำสอนของพระ พุทธเจ้า ในสมัยพุทธกาลเคยมีพระภิกษุรูปหนึ่งจะสึกออกมาเพื่อดูแลแม่ที่ป่วยหนัก แต่พระ พุทธเจ้าตรัสว่าเป็นพระก็ดูแลได้ ไม่ผิดหลักธรรม โดยเฉพาะข้าวที่บิณฑบาตมาได้นั้น ให้แม่กินก่อนได้ และจะดีเสียกว่าที่ลูกจะได้กินเศษข้าวจากแม่ หากเราสามารถดูแลแม่ในขณะยังครองผ้าเหลืองอยู่ได้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ประเสริฐสุดแล้ว
ด้านพระศรีรัตนวิมล รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา กล่าวถึงกรณีพระศิริ นำแม่และน้องชายมาเลี้ยงดูในกุฏิ ว่า สามารถทำได้ พ่อแม่ถือเป็นบุคคลยกเว้น หากพระสงฆ์รูปนั้นตักข้าวที่ได้จากการบิณฑบาตให้พ่อแม่กินก่อนได้ ถือว่าเป็นข้อยกเว้นที่ทางพระพุทธองค์บัญญัติไว้ หรือกรณีพ่อแม่ป่วย พระก็สามารถดูแลได้ ถือว่าเป็นสิ่งดีที่ลูกสมควรปฏิบัติและดูแล ไม่ว่าอยู่ในสถานะใด ก็สามารถดูแลได้ พระพุทธเจ้าถือว่าพ่อแม่เป็นบุคคลที่มีพระคุณกับทุกคน และสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องปฏิบัติดูแลพ่อแม่ในยามที่ท่านป่วย

"กรณี นี้ไม่ใช่กรณีแรกที่มีพระสงฆ์นำพ่อแม่ที่ป่วยไข้มาเลี้ยงดู เคยเกิดขึ้นมาแล้ว หากจำไม่ผิดยังมีที่วัดทางภาคอีสาน ที่พระสงฆ์นำพ่อที่ป่วยมาดูแลปฏิบัติ ในเรื่องนี้อาตมาจะเดินทางลงไปดูอีกครั้งหนึ่งเพื่อหาทางช่วยเหลืออีกทาง หนึ่ง" รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา กล่าว